ผู้ซื้อที่ร่ำรวยยังคงซื้อบ้านหรูในแมนฮัตตัน แม้ว่าจะมีการพิจารณาภาษีเพิ่มเติมสำหรับบ้านหลังที่สอง
ตลาดอสังหาริมทรัพย์หรูในแมนฮัตตันกำลังบูม แม้ว่าจะมีการพิจารณาเพิ่มภาษีพิเศษสำหรับบ้านหลังที่สองที่มีราคาแพง
ภาษี pied-à-terre (ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้ที่เป็นเจ้าของบ้านราคาแพงในแมนฮัตตันแต่ไม่ได้อาศัยอยู่เต็มเวลา) ได้รับการเสนอโดยเจ้าหน้าที่ของเมือง ภาษีนี้จะมุ่งเป้าไปที่บ้านที่มีมูลค่ามากกว่า 5 ล้านดอลลาร์ซึ่งใช้เป็นบ้านพักตากอากาศหรือบ้านลงทุนสำหรับบุคคลที่ร่ำรวย
แม้จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนี้ ผู้ซื้อที่ร่ำรวยก็ไม่ได้ชะลอตัวลง นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น:
• ยอดขายบ้านหรูในแมนฮัตตันเพิ่มขึ้น 15% ในปีนี้ • อสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่ามากกว่า 10 ล้านดอลลาร์ขายได้เร็วขึ้นกว่าปีที่แล้ว • ผู้ซื้อจากต่างประเทศคิดเป็น 30% ของการซื้อเหล่านี้ • ราคาบ้านหรูเฉลี่ยสูงถึง 7.2 ล้านดอลลาร์
ทำไมผู้ซื้อถึงไม่กังวล? ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์กล่าวว่าบุคคลที่ร่ำรวยมองว่าอสังหาริมทรัพย์ในแมนฮัตตันเป็นการลงทุนที่ปลอดภัย (สถานที่เก็บเงินที่มีแนวโน้มจะเพิ่มมูลค่า) แม้จะมีภาษีใหม่ที่อาจเกิดขึ้น พวกเขาเชื่อว่าบ้านเหล่านี้จะยังคงเพิ่มราคาต่อไปในอนาคต
ภาษีที่เสนออาจเรียกเก็บจากเจ้าของระหว่าง 0.5% ถึง 4% ต่อปี ขึ้นอยู่กับมูลค่าของบ้าน สำหรับอพาร์ตเมนต์มูลค่า 10 ล้านดอลลาร์ นั่นอาจหมายถึงการจ่ายเพิ่มอีก 400,000 ดอลลาร์ต่อปีเพียงแค่ในภาษีใหม่นี้
สรุป: แมนฮัตตันยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับคนรวยทั่วโลกที่มองว่าอสังหาริมทรัพย์เหล่านี้เป็นทั้งสัญลักษณ์ของสถานะและการลงทุนที่มั่นคง ไม่ว่าจะมีภาษีใหม่ที่อาจเกิดขึ้นหรือไม่ก็ตาม
นี่คือสรุปที่สร้างโดย AI อ่านบทความต้นฉบับได้ที่: https://www.cnbc.com/2026/05/11/luxury-real-estate-manhattan-mamdani-pied-a-terre-tax.html