ผู้บริหารจาก Franklin Templeton และ BNP Paribas อธิบายว่าการทำโทเค็นสามารถทำให้ตลาดยุโรปมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้อย่างไร
แหล่งที่มาของภาพ: CoinTelegraph
สองบริษัทการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลกเชื่อว่า สินทรัพย์ดิจิทัล อาจปฏิวัติวิธีการเคลื่อนย้ายเงินในยุโรป
ในการประชุมสุดยอดการเงินล่าสุดที่โมนาโก ผู้บริหารจาก Franklin Templeton (บริษัทการลงทุนรายใหญ่) และ BNP Paribas (หนึ่งในธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป) ได้พูดคุยเกี่ยวกับวิธีที่ การทำโทเค็น อาจเปลี่ยนแปลงตลาดยุโรป การทำโทเค็นหมายถึงการเปลี่ยนสินทรัพย์ในโลกจริง เช่น หุ้น พันธบัตร หรือทรัพย์สิน ให้เป็นโทเค็นดิจิทัล (คิดว่าเป็นใบรับรองดิจิทัล) ที่สามารถซื้อขายบนเครือข่ายบล็อกเชนได้
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? ผู้บริหารได้อธิบายถึงประโยชน์หลักหลายประการ:
• การชำระบัญชีที่เร็วขึ้น: การซื้อขายหุ้นแบบดั้งเดิมใช้เวลา 2-3 วันในการเสร็จสิ้น สินทรัพย์ที่ทำโทเค็นอาจชำระบัญชีได้ในไม่กี่นาที • สภาพคล่องที่ดีขึ้น: สินทรัพย์จะซื้อขายได้ง่ายขึ้นเมื่อเป็นดิจิทัล • การซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน: ไม่เหมือนตลาดแบบดั้งเดิมที่ปิดตอนกลางคืน สินทรัพย์ดิจิทัลสามารถซื้อขายได้ตลอดเวลา • ต้นทุนที่ต่ำลง: มีตัวกลางน้อยลงหมายถึงการทำธุรกรรมที่ถูกลง
ความสนใจนี้ไม่ใช่แค่การพูดคุย ธนาคารใหญ่ในสหรัฐฯ รวมถึง JPMorgan Chase และ Bank of America มีรายงานว่ากำลังวางแผนที่จะเปิดตัวเครือข่ายเงินฝากที่ทำโทเค็นของตนเองในปี 2027 คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (หน่วยงานกำกับดูแลการเงินหลักของสหรัฐฯ) ได้อนุมัติแผนของ Nasdaq ในการทดสอบการซื้อขายหุ้นที่ทำโทเค็นแล้ว
Rafael Mastroberardino จาก Franklin Templeton กล่าวว่า การทำโทเค็นให้ความ "ยืดหยุ่นและทางเลือก" แก่สถาบันต่างๆ ในขณะที่ Julien Clausse จาก BNP Paribas เน้นว่าการมีสินทรัพย์หลายประเภทบนบล็อกเชนเดียวกันอาจเปิดทางใหม่ในการทำธุรกิจ
สรุป: ยักษ์ใหญ่ด้านการเงินแบบดั้งเดิมกำลังยอมรับเทคโนโลยีบล็อกเชน ซึ่งอาจทำให้ตลาดเร็วขึ้น ถูกลง และเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับทุกคน
นี่คือสรุปที่สร้างโดย AI อ่านบทความต้นฉบับได้ที่: Cointelegraph