เจมี ไดมอน เตือนว่าบล็อกเชนกำลังสร้างคู่แข่งใหม่ที่อาจแทนที่บริการธนาคารแบบดั้งเดิม
แหล่งที่มาของภาพ: CoinDesk
หัวหน้าธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาเพิ่งยอมรับสิ่งที่น่าประหลาดใจ: เทคโนโลยีบล็อกเชนอาจแทนที่บางส่วนของการธนาคารแบบดั้งเดิม และธนาคารของเขาต้องเคลื่อนไหวให้เร็วขึ้นเพื่อให้ทัน
เจมี ไดมอน ซึ่งบริหาร JPMorgan Chase บอกกับผู้ถือหุ้นว่ามี "กลุ่มคู่แข่งใหม่ทั้งหมด" ที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนกำลังเกิดขึ้น คู่แข่งเหล่านี้ใช้สิ่งต่างๆ เช่น:
• การโทเคนไลเซชัน (การเปลี่ยนสินทรัพย์จริงเช่นหุ้นหรือทรัพย์สินให้เป็นโทเคนดิจิทัลที่คุณสามารถซื้อขายได้ทันที) • สเตเบิลคอยน์ (เงินดิจิทัลที่รักษามูลค่าให้คงที่ เช่น $1) • สัญญาอัจฉริยะ (โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ดำเนินการข้อตกลงโดยอัตโนมัติโดยไม่มีคนกลาง)
ไดมอนเตือนว่าเทคโนโลยีเหล่านี้อาจเปลี่ยนวิธีที่เราทำกิจกรรมทางการเงินพื้นฐาน เช่น การส่งเงิน การซื้อขายหุ้น หรือการจัดการการลงทุน แทนที่จะรอหลายวันให้ธุรกรรมผ่านธนาคาร บล็อกเชนอนุญาตให้โอนเงินได้เกือบจะทันที ระหว่างบุคคล
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? ธนาคารทำเงินโดยการเป็นคนกลางในธุรกรรมทางการเงิน หากเทคโนโลยีบล็อกเชนอนุญาตให้ผู้คนซื้อขายและโอนสินทรัพย์โดยตรง ธนาคารอาจสูญเสียค่าธรรมเนียมหลายพันล้าน นั่นคือเหตุผลที่ JPMorgan กำลังเร่งสร้างระบบบล็อกเชนของตัวเองผ่านแผนกที่เรียกว่า Kinexys
บริษัทการเงินใหญ่ ๆ อื่น ๆ เช่น BlackRock และ Goldman Sachs ก็กำลังทดลองนำการลงทุนแบบดั้งเดิมเข้าสู่บล็อกเชนเช่นกัน เทคโนโลยีนี้ทำงานตลอด 24 ชั่วโมงและเคลียร์ธุรกรรมได้เกือบจะทันที - ต่างจากการธนาคารแบบดั้งเดิมที่มักใช้เวลาหลายวันและทำงานเฉพาะในเวลาทำการ
ข้อสรุป: แม้แต่ผู้ที่สงสัยอย่างไดมอนก็ยอมรับว่าบล็อกเชนกำลังเปลี่ยนแปลงการเงิน คำถามไม่ใช่ว่ามันจะเปลี่ยนการธนาคารหรือไม่ แต่เร็วแค่ไหน
นี่คือสรุปที่สร้างโดย AI อ่านบทความต้นฉบับได้ที่: https://www.coindesk.com/markets/2026/04/06/jamie-dimon-says-jpmorgan-must-move-faster-as-tokenization-reshapes-finance