03.04.2026
#btc #crypto #btc/usd #stocks #macro

บริษัทใหญ่แตกแยกเรื่องบิทคอยน์: บางบริษัทถือไว้ บางบริษัทขายขาดทุน

เมื่อบิทคอยน์ลดลงต่ำกว่า $70,000 บริษัทต่างๆ แบ่งเป็นสองฝ่าย - บางบริษัทปฏิเสธที่จะขายในขณะที่บางบริษัทขายขาดทุน

บริษัทใหญ่แตกแยกเรื่องบิทคอยน์: บางบริษัทถือไว้ บางบริษัทขายขาดทุน แหล่งที่มาของภาพ: CoinTelegraph

เมื่อราคาบิทคอยน์ลดลง บริษัทที่ถือครองบิทคอยน์ต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่ยากลำบาก: ถือไว้และหวังว่าจะฟื้นตัว หรือขายและยอมรับการขาดทุน ขณะนี้เราเห็นการแบ่งแยกใหญ่ในวิธีที่บริษัทต่างๆ จัดการกับการตัดสินใจนี้

Nakamoto Holdings บริษัทที่ลงทุนในบิทคอยน์ (สกุลเงินดิจิทัลเหมือนเงินอิเล็กทรอนิกส์) เพิ่งขายบิทคอยน์มูลค่าประมาณ $20 ล้าน ขาดทุน พวกเขาขายบิทคอยน์ในราคาประมาณ $70,400 ต่อเหรียญ - น้อยกว่าที่พวกเขาจ่ายไป ซึ่งหมายความว่าพวกเขาขาดทุนในดีลนี้ พวกเขาต้องการเงินสดสำหรับการดำเนินธุรกิจและการลงทุนอื่นๆ

ในขณะเดียวกัน Strategy (อีกบริษัทที่มีชื่อเสียงในการซื้อบิทคอยน์) กำลังใช้แนวทางตรงกันข้าม แม้ว่าบิทคอยน์จะลดลง 46% จากราคาสูงสุด พวกเขาปฏิเสธที่จะขายบิทคอยน์จำนวน 762,000 เหรียญ ของพวกเขา (มูลค่าหลายพันล้าน) เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่พวกเขาหยุดซื้อเพิ่ม - แต่พวกเขาก็ไม่ขายเช่นกัน

นี่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อสองแบบเกี่ยวกับบิทคอยน์: • ผู้ถือครอง เชื่อว่าบิทคอยน์จะฟื้นตัวและมีค่ามากขึ้นในอนาคต • ผู้ขาย ต้องการเงินสดตอนนี้หรือสูญเสียความเชื่อมั่นในแนวโน้มระยะสั้นของบิทคอยน์

ในข่าวอื่นๆ นิวแฮมป์เชียร์กำลังวางแผนสิ่งที่ไม่ธรรมดา - พันธบัตรเทศบาล (วิธีที่เมืองยืมเงิน) ที่ได้รับการสนับสนุนโดยบิทคอยน์ ซึ่งจะทำให้นักลงทุนทั่วไปสามารถเข้าถึงบิทคอยน์ผ่านการลงทุนที่ออกโดยรัฐบาลได้ อย่างไรก็ตาม หน่วยงานจัดอันดับ Moody's ให้คะแนนว่าเป็น "ต่ำกว่าระดับการลงทุน" หมายความว่าถือว่ามีความเสี่ยง

สรุป: ขณะที่บิทคอยน์พยายามรักษาระดับเหนือ $70,000 เราเห็นว่าบริษัทใดเชื่อมั่นในการถือครองระยะยาวจริงๆ เทียบกับบริษัทที่ต้องการลดการขาดทุน การแบ่งแยกนี้อาจเป็นสัญญาณของจุดเปลี่ยนในวิธีที่ธุรกิจมองสกุลเงินดิจิทัลเป็นสินทรัพย์สำรอง (เงินที่พวกเขาเก็บไว้สำรอง)

นี่คือสรุปที่สร้างโดย AI อ่านบทความต้นฉบับได้ที่: Cointelegraph

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน ควรศึกษาข้อมูลด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน